11.10.65 ทั้งตัวตนที่เป็นรูปกายและตัวตนที่เป็นนามกายมันไม่ใช่เรา การเจริญสติปัฏฐานเพื่อให้เห็นรูปธรรมและนามธรรมเป็นไตรลักษณ์ จึงละอุปาทาน 4
แต่ปรุงแต่งตัวอักษรไม่ให้เดาได้ว่าเป็นใครค่ะ
ตอบลบ+1
ลบในอดีตนั้น
ตอบลบคนที่สะสมทรัพย์ไว้มาก โชคดีทำมาค้าขายร่ำรวย หรือมีลูกสาวสวยเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ เลื่องลือไปทุกบาง แม้จะมีปืนดีๆ มีบ่าวไพร่คุ้มกัน แต่ก็เสียท่าให้กับโจรไอ้โม่งที่มีฉายาว่าเสือชื่อนั้นชื่อนี้ ซึ่งกล่าวขวัญกันว่ามีคาถาอาคม อยู่ยงคงกระพันยิงแทงไม่เข้า
สายของโจรคือคนละแวกบ้าน คนในบ้าน หรือแม่แต่ญาติพี่น้อง ซึ่งยอมเป็นสายให้มีหลายกรณี
1. บางคนมีปัญหาไม่พอใจ บาดหมาง ทะเลาะกับเจ้าของบ้าน
2. บางคนต้องหาเงินไปจ่ายหนี้จากการพนัน ค่าคดีความ ฯ
3. บางคนทำความผิด มีความลับ มีเรื่องผิดศีลธรรม กลัวคนรู้
4. บางคนมีคู่รัก มีลูกหลาน มีพ่อแม่ที่เป็นเสมือนตัวประกัน
5. บางคนไม่ซื่อสัตย์โดยสันดานทรยศได้เพื่อผลประโยชน์
6. บางคนถูกจ้างมาแฝงตัวอยู่นานนับแรมปี แสดงเป็นคนดี
7. บางคนถูกขู่บังคับด้วยกลัวเภทภัยต่างๆ ที่ไม่รู้ใครทำ
8. จากข้อ1-7อาจมีการสร้างสถานะการณ์ไว้ก่อนเพื่อใช้งานทีหลัง
โจรจึงรู้ทุกอย่างในบ้าน เมื่อสบโอกาศก็ลงมืออย่างง่ายดาย ได้สิ่งต้องการแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็วไร้ร่องรอย หรือหลักฐานเอาผิด ยากที่จะติดตาม สืบหาว่าเป็นใคร
คนที่คาดไม่ถึงว่าเป็นหัวหน้าโจรหรือไอ้เสือชื่อดังได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการท้องถิ่น คนที่ชาวบ้านนับหน้าถือตา เศรษฐีใจบุญ ฯลฯ
ในปัจจุบัน
โจรอาศัยสายช่วยทำงานไม่ต่างกัน คนรู้จักใกล้ตัวเรายอมเป็นสายโจรได้ตามที่ยกตัวอย่าง1-8 ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน ยาม มอไซด์วิน เพื่อนบ้าน ญาติสนิทมิตรสหาย พี่น้องลูกหลาน
ยิ่งมีเครื่องดักฟัง มีกล้องแอบถ่ายที่เล็กจิ๋วซ่อนได้แนบเนียน ส่งข้อมูลออนไลน์ โดยผู้ติดตั้งที่เป็นสาย หรือเข้ามาทำงานในบ้าน ซ่อมนั่นนี่ ติดแอร์ ติดกล้อง ติดอินเตอร์เน็ต ก่อสร้างต่อเติม ทาสี จัดสวน
แม้แต่จัดฉากให้รถถูกเฉี่ยวชนต้องนำไปซ่อม พนักงานบริการของบริษัทต่างๆมาจากข้อ1-8เป็นพวกของโจรได้เช่นกัน หรือข้อมูลในซิมโทรศัพท์ ข้อมูลที่ใช้ในอินเตอร์เน็ต ดูอะไรบ้าง พูดหรือเขียนอะไรไว้ ฯลฯ
สิ่งที่คนทั่วไปคิดไม่ถึง หรือไม่เคยคิดจะทำ แต่โจรมันทำได้หมด
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ คนที่ถูกบงการมีจิตเศร้าหมองใจเป็นทุกข์ สะท้อนออกมาทางสายตา แม้ปากจะพูดโกหกอย่างไร แม้จ้องตาแล้วไม่หลบสายตา แต่แววตานั้นแฝงด้วยความเศร้าหมองอยู่
พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ตอบลบบุญสำคัญที่สุด คือการปรับความคิดความเห็นของเราให้ถูก ให้ตรง นี้เป็นบุญใหญ่ที่สุด บุญที่เป็นกุศลไปในตัวเลย ล้างโมหะได้ ล้างความเห็นผิดได้ อย่างพวกเราชาวพุทธ ถ้าเราเชื่อเรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม ก็ถือว่าเรามีสัมมาทิฏฐิเหมือนกัน เราเชื่อเรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม เรารู้ว่าถ้าทำกรรมชั่ว เราจะต้องได้รับผลชั่ว ถ้าทำกรรมดีเราจะได้รับผลดี คนไม่ภาวนามองตัวนี้ไม่ค่อยออกหรอก แต่คนภาวนามองออกได้ไม่ยาก
เวลาจิตใจของเราเกิดกิเลสอะไรรุนแรงขึ้นมา จิตใจเราชั่ว มีมโนทุจริตแล้ว คิดร้ายอะไรต่อคนอื่น เราจะเห็นเลยว่าสิ่งที่ตามมา คือความเร่าร้อนของจิตใจ แค่เราคิดชั่วเท่านั้นเอง ความทุกข์ก็เกิดขึ้นในใจเราแล้ว เพราะฉะนั้นความชั่วเล็กๆ น้อยๆ มันก็ให้ผลเป็นความทุกข์ทั้งสิ้น ถ้าเราภาวนาเราจะเห็นเลย ช่วงไหนเราราคะรุนแรง จิตใจเราก็จะฟุ้งซ่านเลอะเทอะไปหมด ช่วงไหนโทสะรุนแรง บางทีก็พลิกเป็นราคะ บางทีก็พลิกเป็นความหลง มืดตึ๊บไปเลย มึนทั้งวันทั้งคืนไปเลย โกรธแรงๆ เราเห็นผลทันทีว่าเวลา ยังไม่ทันจะพูดชั่ว ไม่ทันจะทำชั่ว แค่คิดชั่ว จิตเราก็รับบาปอกุศลแล้ว จิตเราเศร้าหมอง
เพราะฉะนั้นเราจะรู้เลยว่า เออ กฎของกรรมมีจริง เราทำเหตุชั่ว เราก็มีผลเป็นความทุกข์ เราทำเหตุที่ดี เราก็มีผลเป็นความสุข เราจะรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้ต้องเชื่อใครเลย แต่มันเห็นได้ด้วยตัวเอง แล้วความเห็นถูกสูงๆ ขึ้นไป มันจะเป็นระดับของการเป็นกุศลแล้ว เป็นความฉลาด อย่างที่พวกเรามาเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ถ้าเราเจริญวิปัสสนา เรามีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง ต่อไปเราจะเกิดความรู้ถูก ความเห็นถูก กายนี้ ใจนี้ รูปนาม ขันธ์ 5 อายตนะ 6 ธาตุ 18 ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา มันเป็นของไม่เที่ยง เป็นของที่ถูกบีบคั้นให้แตกสลาย เป็นของบังคับไม่ได้ มันเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่ตามที่เรากำหนด อย่างนี้เรามีความเห็นถูกแล้ว
ความเห็นถูกว่าไม่มีตัวเรา ที่เราควบคุมบังคับได้จริง กายนี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวเราอย่างแท้จริง เราสั่งมันไม่ได้จริง สั่งอย่าแก่ อย่าเจ็บ อย่าตาย ทำไม่ได้ จิตใจนี้เราก็สั่งมันไม่ได้ สั่งว่าจงมีแต่ความสุขก็ไม่ได้ ห้ามมีความทุกข์ก็ไม่ได้ จงมีแต่ความดีก็ไม่ได้ ห้ามมีความชั่วก็ไม่ได้ มันไม่ใช่ตัวเรา มันไม่ใช่ของเรา จิตใจนี้บางทีก็เป็นผู้รู้ บางทีก็เป็นผู้คิด บางทีก็เป็นผู้เพ่ง บางทีก็เป็นผู้ไปดูรูป ไปฟังเสียง ไปดมกลิ่น ไปลิ้มรส ไปรู้สัมผัสทางกาย ไปคิดนึกทางใจ จิตมันทำงานสารพัดจะทำ เราสั่งมันไม่ได้ อย่างเราจะสั่งมันว่าห้ามคิด ห้ามคิด ต่อไปนี้ห้ามคิด ห้ามไม่ได้ ความจริงเลย ห้ามไม่ได้
การที่เราเห็นถูกว่ากายนี้ใจนี้ของเรา มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันเป็นอนัตตา มันไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา นี่เรามีความเห็นที่ถูกต้องสมบูรณ์ในตัวเองแล้ว รู้แล้วว่าตัวตนไม่มี ละสักกายทิฏฐิได้ ทิฏฐิตัวสำคัญเลยเรื่องสักกายทิฏฐิ ตัวเรามีอยู่ คิดว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ พอตัวเรามีอยู่จริงๆ มันก็นำไปสู่ทิฏฐิ มิจฉาทิฏฐิอื่นๆ เช่น ตัวเราที่มีอยู่ในนี้ ในปัจจุบันนี้ ในอดีตมันก็มีมาแล้ว ในอนาคตก็ตัวนี้ล่ะ พอตายไป เดี๋ยวจิตก็ออกจากร่างไปเกิดใหม่ อันนี้ก็เป็นมิจฉาทิฏฐิชนิดหนึ่ง มันมาจากคำว่ามันมีตัวเราเสียก่อนแล้ว พอมีเราแล้วเราก็เลยคิดว่า เราเที่ยง เราในอดีตชาติ เราในปัจจุบันชาติ เราในอนาคตชาติ ก็เป็นคนๆ เดิม อันนี้พอเรามีความเป็นตัวเป็นตน ตัวเรามีอยู่ ก็คิดว่าตัวเรามีอยู่ถาวร อันนี้ก็เป็นมิจฉาทิฏฐิที่รองลงมา
มิจฉาทิฏฐิอีกอันหนึ่ง ที่มันมาจากความมีตัวเรา ก็คืออุจเฉททิฏฐิ ตอนนี้ตัวเรามีอยู่ แต่ต่อไปพอตายแล้วก็สูญไปเลย คิดว่าตอนนี้มีจริง แต่ว่าต่อไปพอตายแล้วก็สูญไปหมดเลย ไม่มีอะไรเหลือเลย อันนี้ดูยากว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างไร คนรุ่นนี้พวกที่เรียนทางวิทยาศาสตร์ จะตกเข้ามาสู่ทิฏฐิตัวนี้ แล้วทิฏฐิตัวนี้เราจะเห็นว่ามันผิดได้อย่างไร ถ้าเรารู้ว่าตัวเราไม่มีตั้งแต่ตอนนี้ เราก็จะรู้ว่าความคิดที่ว่า ตอนนี้ตัวเรามีแล้วในอนาคตสูญไปเลย มันเป็นมิจฉาทิฏฐิ เพราะจริงๆ มันไม่มีตัวเราตั้งแต่ตอนนี้แล้ว มิจฉาทิฏฐิมันมีหลายระดับ เยอะแยะไปหมดเลย
ตอบลบถ้าเราสามารถล้างมิจฉาทิฏฐิหัวโจก ตัวสำคัญเชื่อเรื่องกรรม เรื่องผลของกรรมให้ได้ แล้วก็เห็นความจริงได้ว่าตัวเราไม่มี ตัวนี้เราจะแน่นแฟ้นในพระพุทธศาสนา เราจะรู้เลยพระพุทธเจ้าสอนสัจธรรมจริงๆ เลย เราจะไม่มีปัญหาหรอกว่า ตายแล้วไปเกิดที่ไหน คิดถึงตัวเองตายแล้วไปเกิดที่ไหน ยังพอทำเนา มันคิดต่อไปอีกพระอรหันต์นิพพานแล้วไปเกิดที่ไหน นี้หนักข้อเข้าไปอีก พระอรหันต์นิพพานแล้วไปเกิดที่ไหน มันไม่มีตัวตนที่จะเกิดมาตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ทันจะตายเลย ไม่มีตัวตน แล้วท่านก็ไม่ได้ยึดถืออะไร
เวลาพระอรหันต์ท่านคิดถึงการนิพพาน ท่านคิดอย่างไร ท่านคิดว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เกิดขึ้นแล้วดับไป มีแล้วหายไป ท่านรู้สึกแค่นี้เอง ไม่ได้รู้สึกว่านิพพานแล้วจะต้องไปอยู่ตรงนั้น นิพพานแล้วจะไปอยู่ตรงนี้ อันนั้นยังมีตัวมีตนอยู่ มันถึงจะไปอยู่ที่โน้นที่นี้ได้ เมื่อก่อนหลวงพ่อก็เคยสำคัญผิด ตอนเป็นโยมภาวนาแล้วกำหนดจิต กำหนดจิตลงไป ไม่ยึดรูป ไม่ยึดนาม ไม่ยึดจิต ไม่ยึดอารมณ์ ไม่ยึดอะไรสักอย่าง รวมลงไปในความไม่มีอะไรสักอย่าง ว่าง สว่างอย่างนั้น ไม่มีอะไร ไม่มีสัญญาความจำได้ ไม่มีสังขารความปรุงแต่ง ไม่มีสุขมีทุกข์ ไม่มีอะไรเลย เหลือแต่จิตอยู่ดวงเดียว แล้วก็คิดว่านี่นิพพานๆ
อย่างตอนนี้คนยากลำบาก มันเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ระยะยาวก็คือทำอย่างไร เขาจะพึ่งตัวเองได้ เขาจะช่วยตัวเองได้ อย่างในหลวงองค์ก่อนท่านเก่ง มีปัญหาเฉพาะหน้า ท่านก็ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ไปช่วย ให้องค์กรนี้ไปช่วย ไต้ฝุ่นเข้าที่นี่ก็ไปช่วย นี่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วท่านก็คิดถึงปัญหาระยะยาว ทำอย่างไรให้เขาพึ่งตัวเองได้ หาแหล่งน้ำให้เขา หาตลาดให้เขา หาพืชชนิดใหม่ๆ ให้เขา เป็นวิธีที่ท่านทำทาน นี่ทานอย่างพระโพธิสัตว์ใหญ่เลย
ส่วนการสงเคราะห์พระ สงเคราะห์วัด มีโอกาสก็ทำ ค่อยๆ ดูไป อันไหนเร่งด่วน อันไหนเฉพาะหน้า ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด อะไรคือปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า อะไรเป็นปัญหาระยะยาว รอได้ ค่อยๆ คิดไป ค่อยดู เราจะได้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ สร้างคุณงามความดีได้มากๆ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากได้เยอะๆ สร้างวัดดีไม่ใช่ไม่ดีหรอก สร้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดนั้น สร้างชาวพุทธ
ตอนนี้มีแต่วัด วัดร้างมีเยอะแยะเลย ไม่มีพระ บางทีมี 1 – 2 องค์ บางวัดชาวบ้านจ้างให้มาอยู่ ให้เงินเดือนเลย ให้มาบวชอยู่ ให้มีสัญลักษณ์ คือเขาอยากเห็นพระ ศาสนาจริงๆ ร่อแร่มาก เพราะว่าเราขาดชาวพุทธ คนส่วนใหญ่เขาไม่ได้เป็นชาวพุทธหรอก เรามีศาสนาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เราไม่ได้เป็นศาสนาของคนที่จะลดละกิเลส พอประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นพุทธ คนที่มาบวชมันก็ไม่ใช่เป็นพุทธ
ฉะนั้นพุทธบริษัทฯ มันก็กระพร่องกระแพร่งอย่างนั้น ฉะนั้นงานเร่งด่วนของเราคือการสร้างคน สร้างคนสำคัญกว่าสร้างวัตถุอีก สร้างวัตถุก็ดีไม่ใช่ไม่ดี อย่างบางที่เขาสร้างไว้เยอะเลย ก็กลายเป็น Unseen เป็นที่ท่องเที่ยว มันไม่ใช่เรื่องศาสนาพุทธไปแล้ว เป็นที่เที่ยวๆ เยอะแยะเลย
ขัดผลประโยชน์ชาวบ้านเขาหรือเปล่า เอ้า ไปทำบุญทำทาน ตามวัดตามวา ตรงไหนเขาอยากทำอะไร ช่วยๆ เขาได้ก็ช่วยไป ว่าอย่างนี้ล่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวถูกตื้บ
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
15 ตุลาคม 2565
+1
ลบสาธุครับ
ตอบลบผู้กระทำไม่เคยหยุดไม่เคยสงบนิ่ง
ตอบลบสงบนิ่งสามารถสยบความเคลื่อนไหว
+1
ลบ